นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 มอบหมายให้นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง พร้อมด้วย นางสาวจีราพร ชูเกียรติวนา นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดินในแหล่งน้ำ จากกรณีการปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวิน ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมจุดเก็บตั้งแต่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ในตำบลแม่คง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง และตำบลแม่สามแลบ อำอภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนไหลออกสู่ประเทศเมียนมาร์ที่สบเมย จำนวนทั้งสิ้น 18 จุด ได้แก่ แม่น้ำสาละวิน 13 จุด และแม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำสาละวิน 5 จุด การดำเนินการในครั้งนี้ร่วมกับนายอำเภอแม่สะเรียง ผู้บังคับการกรมททารพรานที่ 36 กองร้อยทหารพรานในพื้นที่ ทสจ.แม่ฮ่องสอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่ยวม เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน สทนช. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
แม่น้ำสาละวินที่ไหลเข้าประเทศไทย มีระยะทาง 127 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง 101 กิโลเมตร และอำเภอสบเมย 26 กิโลเมตร สภาพลำน้ำกว้างมากกว่า 100 เมตร มีความลึกมากกว่า 80 เมตร เต็มไปด้วยโขดหินขนาดใหญ่ใต้ท้องน้ำ ส่งผลให้ตลอดลำน้ำพบกระแสน้ำวน แม่น้ำมีสีน้ำตาลแดง
.
ทั้งนี้ จากการสำรวจสภาพพื้นที่ พบว่า ฝั่งเมียนมาร์มีจุดร่อนทองบริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ประมาณ 2 จุด และปล่อยน้ำทิ้งจากกระบวนการร่อนลงสู่แม่น้ำสาละวินโดยตรง ซึ่งฝั่งประเทศไทยไม่มีการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว และจากการสำรวจยังพบว่ามีประชาชนที่อยู่บนเรือนแพมีการใช้น้ำสาละวินโดยตรง โดยนำมาแกว่งสารส้มให้ตกตะกอน และนำมาต้มกิน ในการนี้ สคพ.1 จึงได้นำน้ำตัวอย่างที่ผ่านการตกตะกอนด้วยการแกว่งสารส้ม และน้ำที่ต้มแล้ว ตรวจเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบ test kit สารหนู ผลการตรวจ "ไม่พบสารหนู" ในตัวอย่างน้ำทั้ง 2 ตัวอย่าง
